วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

รวม 8 ของหวานยอดนิยม ทำแล้วรวย อร่อยไม่น่าเบื่อ

HOMEPAGE



1.ไอศกรีมกะทิสด

เมนูของหวานที่กินง่าย ขายง่าย และถ้าสูตรดีพัฒนาจากขายปลีกมาทำขายส่งได้เลย มติชนอคาเดมี โดย อ.มานะ พชนะโชติ ผู้ประกอบการและวิทยากรประจำมติชนอคาเดมี เล่าว่า ตัวเขาสามารถทำธุรกิจขายส่งไอศกรีมกะทิจนปลดหนี้ได้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ วันเด็ก และเทศกาลสำคัญออเดอร์พุ่งกว่าแสนบาทเลยทีเดียว
อ.มานะ เล่าให้ “มติชนอคาเดมี” ฟังว่า ไอศกรีมสามารถทำทีละมากๆเพื่อสต๊อกเผื่อไว้ขายได้เป็นเดือนโดยแช่เย็นเอาไว้ ปัจจุบันผมทำทุกวัน วันละ 100-200 กิโลกรัม เพื่อทยอยส่งให้ลูกค้าแต่ละวันส่งให้ประมาณ10เจ้า บางคนรับไปขายตามห้างสรรพสินค้า บางคนเอาไปขายที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อเป็นของหวานตบท้าย
ใครกำลังมองหาสูตรทำไอศกรีมกะทิสด ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน ไอศกรีมแต่งกลิ่นผลไม้ ครบทุกรสโดนใจ เข้มข้นหวานมัน ต้องสูตรของ อ.มานะ พชนะโชติ เป็นอีกหลักสูตรที่ลูกศิษย์ต่างยอมรับในรสชาติ

2.ขนมถังทอง

ขนมหวานที่ตลาดยังไปได้ดีเสมอ ซึ่ง อ.ธนวรรณ เทียมทัด หรือ อ. จิ๋ม เจ้าของร้านขนมถังทองชาววัง ตั้งอยู่ซอยมนตรีสุริยวงศ์ ซอย 6 ตรงข้ามปั๊ม ปตท. ในตัวเมือง จ.ราชบุรี และเป็นหนึ่งในวิทยากร “มติชนอคาเดมี” เล่าให้ฟังว่า หลังจากผันตัวเองจากพนักงานประจำในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง มาเปิดร้านขายขนมถังทองชาววัง หรือขนมถังแตกได้ 10ปีแล้ว ต้องบอกเลยว่าประสบความสำเร็จอย่างมากจากอาชีพนี้
เหตุที่ผันตัวมาทำขนมถังแตกขาย อ.ธนวรรณ บอกว่า ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศมาระยะหนึ่ง เริ่มคิดอยากมีกิจการเล็กๆเป็นของตัวเอง อยากมีเวลาเลี้ยงลูก และอยากกลับมาอยู่ต่างจังหวัด(ราชบุรี)
“ที่ร้านเรายังขายอยู่ได้ และมีลูกค้ามาซื้อเรื่อยๆน่าจะเป็นเพราะรสชาติ เรามีสูตรเป็นของตัวเอง ขนมถังทองชาววังของเรา เป็นสูตรแป้งกรอบนอกนุ่มใน วางทิ้งไว้จนเย็นก็ไม่แข็ง แป้งไม่เปรี้ยวเหมือนขนมถังแตกทั่วๆไป”อ.ธนวรรณกล่าว
ถามถึงรายได้จากการขายขนมถังแตก อ.ธนวรรณ เผยว่า ที่ร้านอยู่ต่างจังหวัดขายชิ้นละ10บาท ลงทุน500บาท ขายได้2,000บาทขึ้นไปต่อวัน เฉลี่ยขายได้วันละ 200-300 ชิ้น ทั้งนี้มีลูกศิษย์มาเรียนกับอาจารย์ เอาสูตรไปขายในกทม.ชิ้นละ20บาทก็ขายดี
“ตอนนี้ขายขนมถังแตกรายได้ดีกว่าทำงานออฟฟิศ บางวันขายดีมาก แต่ในวันที่ขายไม่ดีก็ไม่เคยขายขาดทุน หรือเข้าเนื้อเลย”อ.ธนวรรณกล่าวในที่สุด

3.ขนมเบื้องโบราณสูตรชาววัง

“ขนมเบื้อง” เป็นขนมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีหลักฐานกล่าวถึง ในคำให้การขุนหลวงหาวัด ว่า “บ้านหม้อ ปั้นหม้อข้าว หม้อแกงใหญ่เล็ก และกระทะเตาขนมครก ขนมเบื้อง”
สำหรับขนมเบื้องตำรับโบราณนั้น มีอยู่มากมายหลายแบบ ที่คุ้นเคยกัน ก็มี ขนมเบื้องแบบไทยดั้งเดิม ที่มีส่วนผสมหลักๆ คือ แป้งข้าวเจ้าและกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือเท่านั้น หากมีสูตรที่อร่อย สามารถรับทำออกร้าน และทำขายเป็นอาชีพเสริมได้ เพราะคนไทยยังนิยมกินขนมไทยชนิดนี้อยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

4.ขนมหม้อหลายแบบ

ยังคงครองตลาดขนมหวานแบบไทยๆที่ยังมีผู้กินผู้ซื้อไม่ขาดสายของขนมหม้อหลายแบบ อาทิ ปลากริมไข่เต่า กล้วยบวชชี บัวลอยเผือก เต้าส่วน ข้าวเหนียวเปียกลำไย เป็นต้น
ซึ่งจะทำขนมหม้อให้อร่อย ต้องมีสูตรของอาจารย์ผู้สอนที่เป็นผู้ประกอบการด้วยจะยิ่งทำให้ขายดี โดยเฉพาะทำให้ได้รสชาติที่เป๊ะ ไม่ผิดเพี้ยน ลูกค้าไม่หาย สูตรหนึ่งที่แนะนำคือ สูตรของ อ.พะเยาว์ กฤษแก้ว หรือ “ป้าเยาว์” เจ้าของร้านขนมหวานดังย่านนนทบุรี ใครได้ชิมเป็นติดใจอยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหนต้องตามไปชิมกันให้ได้

5.คัพเค้ก

ยอดนิยมตลอดหลายปีมานี้ ซื้อง่ายขายคล่องต้อง “คัพเค้ก” ที่ยิ่งใครมีไอเดียตกแต่งทำให้คัพเค้กน่ากินมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งดึงดูดใจผู้บริโภค ที่อดซื้อไปฝากญาติฝากเพื่อนไม่ได้ ถือเป็นขนมที่วางขายได้ทุกที่ หรือจะทำส่งขายตามร้านเครื่องดื่มก็น่าสนใจ เป็นอีกกหนึ่งอาชีพเสริมที่ห้ามพลาด

6.เครปเค้ก

เมนูฟรุ้งฟริ้งที่เป็นที่โปรดปรานของหลายๆคน กับเครปเค้กที่เป็นแป้งเนื้อนุ่ม ปาดครีมสลับชั้นหวานหอม เป็นอีกเมนูที่ทำขายได้ง่าย เพราะไม่ต้องใช้เตาอบ และใช้วัตถุดิบไม่ยุ่งยาก หากได้ฝึกอบรมหรือฝึกเรียนทำแล้ว สามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมได้ โดยไม่ยุ่งยาก สามารถรับทำตามออเดอร์ล่วงหน้าได้อย่างสะดวกสบาย

7.เค้กโรลครีมสด

เมนูเคียงเครื่องดื่มที่น่าลองทำขาย และเป็นเมนูกำลังฮิตน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยแป้งเค้กนุ่มๆกินฟินๆขายเป็นตัวเลือกรับประทานคู่กับเครื่องดื่ม เป็นอีกหนึ่งขนมที่ห้ามมองข้าม

8.ขนมปังเบเกอรี่พื้นฐาน

เป็นเมนูขาประจำ ยอดฮิตตลอดกาล มีทั้งขนมปังกะโหลก, ขนมปังแซนด์วิช, ขนมปังโฮลวีท, แซนด์วิชทวิสต์ และขนมปังฝรั่งเศส หากได้สูตรทำขนมปังที่ดีก็ยิ่งไปได้ไกล จัดเป็นเมนูซื้อง่ายขายคล่องทุกยุคทุกสมัย

เครื่องดื่มสุขภาพ น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพยอดฮิต 5 อันดับสำหรับสุขภาพของคนทุกวัย





เครื่องดื่มสุขภาพจากผลไม้อันดับ 1 น้ำแตงโมปั่น

น้ำแตงโมปั่นแบบเย็นๆ แบบไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือจะเติมแค่นิดหน่อย ก็หวานเย็นชื่นใจได้รสชาติ ด้วยการเติมน้ำแข็งและเกลือป่นเล็กน้อย ถ้าใช้แตงโมสีแดงสดที่กำลังสุกพอดี บอกเลยว่าความหวานของแตงโมสดๆ สดชื่นและมีประโยชน์เต็มๆ เพราะแตงโมเป็นผลไม้ที่วิตามินและแร่ธาตุจำนวนมาก ได้แก่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล เส้นใย โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี กรดโฟลิก แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และ สังกะสี และที่สำคัญแตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบช่วยในการล้างลำไส้ป้องกันท้องผูกได้อย่างดี ที่น่าสนใจแตงโมมีสารซิทรูไลน์ (Citrulline) มีประโยชน์ในการช่วยขยายหลอดเลือดแดงภายในร่างกายได้ ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินแตงโมได้เพราะเป็นผลไม้กลุ่มให้พลังงานและน้ำตาลต่ำ


เครื่องดื่มสุขภาพจากผลไม้อันดับ 2 น้ำสัปปะรด

น้ำสับปะรดเป็นอีกหนึ่งเมนูน่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีเส้นใยสูงมาก และยังมีแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ จำนวนมาก ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานีส ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น และที่น่าสนใจคือเอนไซม์บรอมีเลน (Bromelain) ช่วยย่อยอาหารประเภทเนื้อและกระตุ้นการดูดซึมอาหารได้ดี ถ้าเรากินเนื้อสัตว์แล้วมีปัญหาอาหารไม่ย่อยน้ำสัปปะรดช่วยได้ นอกจากนี้น้ำสัปปะรดยังช่วยในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด และสลายไขมันในร่างกายได้ดี เมื่อบวกกับใยอาหารที่มีมากจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยลดความอ้วนได้ดี ส่วนสรรพคุณสับปะรดทางสมุนไพรนั้น ก็ช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายเช่นกัน เช่น โรคบิด โรคนิ่ว ช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง ขับปัสสาวะ เป็นต้น

เครื่องดื่มสุขภาพจากผลไม้อันดับ 3 น้ำแครอท

น้ำแครอท เริ่มเป็นที่นิยมดื่มกันมากขึ้น เนื่องจากแครอทมีรสชาติที่ หวานหอมมันและยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ในการบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณเช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และที่สำคัญคือสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง น้ำแครอท เป็นน้ำผักที่นิยมดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรค ช่วยรักษาสมดุลของความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนโลหิต ที่สำคัญคือ ช่วยบำรุงสายตา รักษาโรคตาฟางมองไม่ชัดเจนเวลากลางคืน และป้องกันโรคต้อกระจก

เครื่องดื่มสุขภาพจากผลไม้อันดับ4 น้ำแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ลเขียว เหลือง หรือ แดง ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น แต่แอปเปิ้ลที่ให้พลังงานน้อยที่สุดและให้เส้นใยที่เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายมากที่สุด คือ แอปเปิ้ลเขียว การดื่มน้ำแอปเปิ้ลจะได้รับพลังงานและวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค และแอปเปิ้ลยังมีกรดอินทรีย์อีก 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งกรดนี้ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันได้ดี น้ำแอปเปิ้ลจึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่กำลังพักฟื้นอย่างมากเพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายอย่างดี

เครื่องดื่มสุขภาพจากผลไม้อันดับ 5 น้ำกล้วย

ปิดท้ายด้วยน้ำกล้วย ผลไม้ไทยๆ ที่เริ่มมีการนำมาทำน้ำผลไม้ปั่นกัน อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกล้วยปั่นใส่นมสด นอกจากจะได้ประโยชน์เต็มจากโปแทสเซียมในกล้วยและแคลเซียมในนมแล้ว ในกล้วยยังมีวิตามินบี 6 วิตามินบี 12 แมกนีเซียม อยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีอาการปวดประจำเดือนน้ำกล้วยช่วยได้ ส่วนใครอยากจะดื่มเป็นน้ำกล้วยน้ำว้า หรือ กล้วยหอมก็สามารถทำได้ทั้ง 2 วิธีแต่สำหรับสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักแนะนำให้เป็นกล้วยน้ำว้าจะให้พลังงานน้อยกว่า ส่วนประโยชน์ของกล้วยทั้ง 2 ประเภทนั้นๆช่วยรักษาอาการแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยล้างลำไส้และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับถ่ายของเสียในร่างกายได้เป็นอย่างดี กับ 5 เมนูน้ำผักผลไม้เครื่องดื่มสุขภาพง่ายๆ ที่หากินเองได้ง่ายๆ หรือจะทำกินเองได้ที่บ้านก็แล้วแต่สะดวก ที่สำคัญคือ หาง่าย ราคาย่อมเยา และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

แหล่งที่มาบทความ: https://www.tnews.co.th/contents/359429

7 คาเฟ่เปิดใหม่ไปแล้วได้รูปโปรไฟล์เฟียซ ๆ ไว้เปลี่ยนอีกหลายเดือน

1

โรงสี สตูดิโอ

โรงสี สตูดิโอ
โรงสี สตูดิโอ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ กลางธรรมชาติ บนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ถูกดัดแปลงมาจาก “โรงสีไทยอุดม” โรงสีข้าวพลังงานไอน้ำอายุกว่า 100 ปีโดยใช้เปลือกข้าว (แกลบ) ที่ได้จากการสีข้าว มาเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนพลังงาน โดยทางร้านยังคงโครงสร้างไม้สักและบรรยากาศของโรงสีเก่าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี 
ภายในแบ่งออกเป็น โซนคาเฟ่ริมน้ำอย่าง Milli Cafe & Restaurant คาเฟ่ริมน้ำ บรรยากาศดีที่เต็มไปด้วยมุมเก๋ ๆ ให้คนชิค ๆ ได้แวะมาสัมผัส และ โรงสีโฮมสเตย์ โฮมสเตย์แสนสงบที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว 
เรือนเพาะพันธุ์ Cactus น่ารัก ๆ
ในส่วนของร้านอาหารและคาเฟ่ จะเน้นเสิร์ฟเมนูแบบไทย ๆ รสชาติจัดจ้าน แนะนำให้ลองเมนู ปอเปี๊ยะโรงสี (250 บาท) ปอเปี๊ยะสูตรพิเศษที่คิดค้นโดยเชฟของทางร้าน มีส่วนผสมของหมูและกุ้ง ประกบด้วยสาหร่าย จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด 
ปอเปี๊ยะโรงสี (250 บาท)
อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มมาเติมความสดชื่นให้กับมื้อนี้ แนะนำเป็น Strawberry Soda (85 บาท) ซอสสตรอเบอร์รีสดผสมมากับโซดา ท็อปด้านบนด้วยสตรอเบอร์รีสด
Strawberry Soda (85 บาท)
โรงสีสตูดิโอ
เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 22.00 น.
โทร. 02-082-8865 
www.facebook.com/RongsiStudio
Forever Cafe ในซอยงามวงค์วาน 43
Forever Cafe ความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่นที่พร้อมเติมเต็มความอบอุ่นให้กับทุก ๆ คนในย่านชินเขต ด้วยสารพัดเมนูโฮมเมด ที่หยิบยกความทรงจำในวัยเด็ก มาสร้างสรรค์เป็นอาหาร เครื่องดื่มและขนมหวานให้ได้แวะมาลิ้มลอง 
ภายในเน้นการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และสีขาวสะอาดตาเป็นหลัก ภายใต้คอนเซ็ปต์ของการแวะมากินข้าวบ้านเพื่อน แต่สะดวกสบายราวกับอยู่บ้านตัวเอง ด้วยการสร้างสรรค์มุมต่าง ๆ อย่างมีที่มาที่ไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางโซฟานุ่ม ๆ ให้อยู่ตรงข้ามทีวี หรือมุมโต๊ะยาวสำหรับรับประทานอาหารและนั่งทำงานชิลล์ ๆ
มุมชิค ๆ ที่ไม่ควรพลาด
สำหรับเมนูของทางร้านเน้นเสิร์ฟเมนูสไตล์โฮมเมดเป็นหลัก เพราะทุกจานทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม ทำสดใหม่แบบแก้วต่อแก้ว จานต่อจาน เลยทีเดียว เริ่มต้นกันที่ของว่างน่าลองอย่าง Shrimp Toast (98 บาท) ขนมปังคุณภาพดีที่ทางร้านสั่งทำจากโรงงานโดยเฉพาะ ทาเนยแบบชุ่ม ๆ แล้วนำไปจี่ไฟจนสีเหลืองกรอบ กลิ่นหอมน่าทาน ท็อปด้านบนด้วยกุ้งขนาดพอดีคำปรุงรส สูตรพิเศษของทางร้าน 
Shrimp Toast (98 บาท)
เมื่อมีอาหารว่างทานกันแล้ว อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มคู่กัน ทางร้านแนะนำเป็นเมนูขายดีอย่าง Home alone (98 บาท) เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ชื่อดังในวัยเด็ก ที่หลายจนมักจะตื่นมาดูกันตอนเช้า ๆ พร้อมกินนมและอาหารเช้าอร่อย ๆ คู่กัน ทางร้านจึงนำนมไวท์มอลต์มาผสมกับเอสเพรสโซช็อต ให้ได้ความเข้มข้นและหอมละมุนเข้ากัน 
Home alone (98 บาท)
Forever Cafe 
งามวงค์วาน 43 แยก 11
เปิดทุกวัน
โทร. 099-624-2951 
www.facebook.com/forevercafebkk
3

บ้านอากงอาม่า

FULL REVIEW
บ้านอากงอาม่า
บ้านอากงอาม่า ร้านอาหารและคาเฟ่ที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น ความทรงจำในวัยเด็กและเรื่องราวความเป็นมาของตระกูล ‘ทังสมบัติ’ ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำปลาตรารวงทอง ที่คุณพูนศักดิ์ ทังสมบัติ เจ้าของบ้านรุ่นปัจจุบันได้นำมาปรับปรุงใหม่ และเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ด้านล่างของบ้าน 
ตัวร้านเป็นบ้านไม้หลังน้อย ที่ตั้งอยู่ท้ายซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 แต้มไปด้วยสีสันสดใสสวยงามของศาลเจ้ากวนอู และระเบียงที่ยื่นออกไปชิดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา คงความคลาสสิกการก่อสร้างแบบโบราณเอาไว้ ทำให้กลายเป็นเสน่ห์แบบที่ไม่มีใครเหมือน 
ความคลาสสิกริมแม่น้ำที่ไม่ควรพลาด
หน้าร้อนแบบนี้แนะนำให้ลอง เฉาก๊วยโบราณสูตรอาม่า  (40 บาท) เมนูเย็น ๆ เคี้ยวเพลิน เฉาก๊วยเหนียวนุ่ม โรยด้วยน้ำอ้อย หวานหอม ชื่นใจด้วยน้ำแข็งที่เติมลงไป เป็นหนึ่งในขนมโบราณที่ชวนให้คิดถึงวันเก่า ๆ 
เฉาก๊วยโบราณสูตรอาม่า (40 บาท)
หรือจะลองเป็น วุ้นมะพร้าวน้ำหอมสูตรอาม่า (20 บาท) วุ้นมะพร้าวน้ำหอมผสมผสานกับเนื้อมะพร้าวอ่อน เสิร์ฟมาในกระทงเล็ก ขนาดพอดีคำ 
วุ้นมะพร้าวน้ำหอมสูตรอาม่า (20 บาท)